Author name: Piyawat

Melasma laser
Uncategorized

Why Q-switched Nd:YAG Laser Is Ideal for Treating Deep Melasma?

Q-switched Nd:YAG ทำไมจึงเหมาะกับฝ้าแบบลึก? เข้าใจ “ฝ้าแบบลึก” ก่อนเลือกวิธีรักษา ฝ้าเป็นปัญหาผิวที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในผู้หญิงอายุมากกว่า 30 ปี แม้หลายคนจะเคยใช้ครีมหรือเลเซอร์บางชนิดแล้วไม่ได้ผล อาจเป็นเพราะ “ระดับความลึกของฝ้า” ที่ซ่อนอยู่ในชั้นผิวหนังแท้ (dermis) ไม่สามารถตอบสนองต่อการรักษาพื้นผิวทั่วไปได้ ฝ้าที่อยู่ลึกนี้เรียกว่า “ฝ้าแบบลึก” (dermal melasma) ซึ่งต้องใช้เทคโนโลยีเฉพาะที่สามารถลงลึกได้อย่างปลอดภัย หนึ่งในเครื่องมือที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางคือ Q-switched Nd:YAG laser พลังของเลเซอร์ 1064 nm: เจาะลึกโดยไม่ทำร้ายผิว Q-switched Nd:YAG เป็นเลเซอร์ที่ปล่อยพลังงานแสงความยาวคลื่น 1064 นาโนเมตร ซึ่งมีคุณสมบัติสำคัญคือ: สามารถลงลึกถึงชั้นหนังแท้ ที่เม็ดสีฝ้าสะสมอยู่ ไม่ทำลายผิวชั้นนอก ต่างจากเลเซอร์ที่มีความยาวคลื่นสั้นกว่า ซึ่งมักทำให้เกิดการระคายเคืองหรือผลข้างเคียงได้ง่าย ปล่อยพลังงานในระดับ นาโนวินาที (nanosecond) ทำให้สามารถ “แตกเม็ดสี” ให้เล็กลงโดยไม่เผาผิว นอกจากนี้ เครื่องรุ่นใหม่ยังมีโหมด Laser Toning ซึ่งใช้พลังงานต่ำยิงทั่วใบหน้า เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิวชั้นบน ช่วยให้ผิวเนียนเรียบ รูขุมขนกระชับ และผิวดูกระจ่างใสขึ้น […]

Uncategorized

Mechanisms of Hair Stimulation Using Fractional Laser for Androgenetic Alopecia(TH)

กลไกการกระตุ้นเส้นผมด้วย Fractional Laser สำหรับ Androgenetic Alopecia Androgenetic Alopecia (AGA) หรือภาวะผมบางจากพันธุกรรม เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยทั้งในผู้ชายและผู้หญิง มีสาเหตุมาจากฮอร์โมนแอนโดรเจนและความไวของรากผมต่อ DHT (dihydrotestosterone) ซึ่งส่งผลให้วงจรการเจริญเติบโตของเส้นผมสั้นลง และรากผมหดเล็กลงเรื่อย ๆ จนเกิดอาการผมบางอย่างเห็นได้ชัด ในช่วงหลังมานี้ เทคโนโลยีเลเซอร์ โดยเฉพาะ Fractional Laser ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในฐานะทางเลือกในการรักษา AGA โดยไม่ใช้ยา เนื่องจากพบว่าเลเซอร์สามารถกระตุ้นให้รากผมที่อ่อนแอฟื้นตัว และกระตุ้นให้เกิดการงอกใหม่ของเส้นผมได้อย่างมีประสิทธิภาพ Fractional Laser คืออะไร? Fractional Laser คือเลเซอร์ที่ปล่อยพลังงานลงไปใต้ผิวหนังเป็นจุดเล็ก ๆ แบบเป็นตาข่าย (fractionated beam) โดยเว้นผิวหนังปกติไว้ระหว่างจุดที่ได้รับพลังงาน ซึ่งจะทำให้เกิดแผลเล็ก ๆ ในระดับไมโครบริเวณที่ยิงเลเซอร์ ส่งผลให้เกิดกระบวนการซ่อมแซมผิวหนังโดยธรรมชาติ และกระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูในระดับเซลล์ ประเภทของ Fractional Laser เลเซอร์ชนิด Fractional ที่ใช้ในการกระตุ้นเส้นผมมีหลายชนิด โดยแต่ละชนิดมีความรุนแรงและระดับประสิทธิภาพที่แตกต่างกัน เนื่องจากผู้ที่มีภาวะผมร่วง ผมบาง มักมีหนังศีรษะที่ไวต่อการกระตุ้น การเลือกใช้เลเซอร์ที่อ่อนโยนจึงเป็นสิ่งสำคัญ

Uncategorized

The Truth Revealed: Why Melasma Treatment Doesn’t Work for Everyone?

เปิดเผยความจริง: ทำไมการรักษาฝ้าถึงไม่ได้ผลสำหรับทุกคน? ฝ้าจางลงได้ แต่ยังไม่มีวิธีไหนที่การันตีว่าฝ้าจะหายไปทั้งหมด หลายคนพยายามรักษาฝ้าแต่กลับพบว่า ฝ้าจางลงช่วงหนึ่งแล้วกลับมาเข้มขึ้นอีก ไม่ว่าจะใช้ครีมราคาแพง เลเซอร์เทคโนโลยีสูง หรืออาหารเสริมก็ยังไม่สามารถกำจัดฝ้าให้หายไปได้อย่างถาวร ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาฝ้าที่สามารถรับประกันได้ว่าจะทำให้ฝ้าหายไปทั้งหมด แต่สามารถทำให้ฝ้าจางลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และป้องกันไม่ให้กลับมาเข้มขึ้น หากดูแลผิวอย่างต่อเนื่องและเลือกวิธีที่เหมาะสม มาดูกันว่า ทำไมบางคนรักษาฝ้าได้ผลดี แต่บางคนไม่ได้ผล? และต้องทำอย่างไรให้ฝ้าจางลงและไม่กลับมาอีก? 1. ดูแลผิวอย่างต่อเนื่อง ป้องกันฝ้ากลับมา ฝ้าไม่สามารถหายขาดได้ในครั้งเดียว การดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญที่สุด! ✔️ เลือกใช้ไวท์เทนนิ่งครีมที่มีส่วนผสมในการฟื้นฟูผิว ที่ช่วยให้เม็ดสีจางลงพร้อมกับเสริมความแข็งแรงของผิว✔️ ครีมกันแดดเป็นหัวใจสำคัญ เพราะรังสี UV เป็นตัวกระตุ้นให้ฝ้ากลับมาเข้มขึ้น✔️ เลือกผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ เพื่อความปลอดภัย โดยเฉพาะสำหรับคุณแม่ที่มีลูกเล็ก ครีมบางชนิดอาจมีสารเคมีตกค้างที่สามารถสัมผัสลูกได้ หากปล่อยปะละเลย ฝ้าจะกลับมาเข้มขึ้นเสมอ แม้จะรักษาจนจางแล้วก็ตาม 2. เลเซอร์ที่เหมาะสมและผ่านการรับรอง USFDA ช่วยให้ฝ้าจางลงเร็วขึ้น การใช้เลเซอร์เป็นวิธีที่ช่วยให้ฝ้าจางลงได้เร็วขึ้น แต่ไม่ใช่ทุกเครื่องเลเซอร์จะมีประสิทธิภาพในการรักษาฝ้า ควรเลือกเลเซอร์ที่มีเทคโนโลยีที่เหมาะสมและผ่านการรับรองจาก USFDA (องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา) เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ ✔️ เลเซอร์รุ่นใหม่ที่มี Toning Mode ไม่เพียงช่วยลดเม็ดสี แต่ยังช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวเรียบเนียนและกระจ่างใส✔️ ลดรอยดำและช่วยให้สีผิวสม่ำเสมอ✔️ เครื่องที่ผ่านการรับรอง

Uncategorized

The Impact of PM2.5 on Skin Health and Pigmentation

งานวิจัยล่าสุดเน้นให้เห็นถึงผลกระทบที่เป็นอันตรายของฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ต่อผิวหนังของมนุษย์ PM2.5 ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของมลพิษทางอากาศ มีความเชื่อมโยงกับริ้วรอยแห่งวัย การเปลี่ยนแปลงของเม็ดสี และโรคผิวหนังที่เกิดจากการอักเสบ นักวิจัยได้ศึกษาบทบาทของ PM2.5 ในการเกิดภาวะผิวคล้ำผิดปกติและความเสียหายของผิวที่เกี่ยวข้องกับภาวะเครียดออกซิเดชัน PM2.5 กับภาวะผิวคล้ำผิดปกติ การศึกษาที่ใช้แบบจำลองผิวหนังมนุษย์แบบจำลองแสดงให้เห็นว่าการสัมผัส PM2.5 สามารถกระตุ้นการผลิตเมลานิน ส่งผลให้ผิวคล้ำขึ้น งานวิจัยพบว่า PM2.5 กระตุ้นเซลล์สร้างเม็ดสีทางอ้อมผ่านเส้นทางการส่งสัญญาณของเคราติโนไซต์ ทำให้เกิดการสังเคราะห์เมลานินเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ สารพิษเช่น เบนโซ[a]ไพรีน (BAP) ที่พบใน PM2.5 มีส่วนช่วยให้เกิดภาวะนี้โดยกระตุ้นความเครียดออกซิเดชันและกระบวนการอักเสบ กลไกของความเสียหายต่อผิวหนัง PM2.5 ก่อให้เกิดผลเสียต่อผิวหนังผ่านกลไกหลัก ได้แก่: ความเครียดออกซิเดชัน: กระตุ้นการสร้างอนุมูลอิสระ (ROS) ซึ่งนำไปสู่ความเสียหายของเซลล์และการอักเสบ การตอบสนองต่อการอักเสบ: กระตุ้นการปล่อยสารไซโตไคน์ที่ก่อให้เกิดการอักเสบ ทำให้อาการของโรคผิวหนังแย่ลง การกระตุ้นตัวรับอะริลไฮโดรคาร์บอน (AhR): PM2.5 มีสารโพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน (PAHs) ที่สามารถจับกับ AhR ในเซลล์ผิวหนัง ส่งผลต่อการสร้างเมลานินและความแข็งแรงของเกราะป้องกันผิว ผลกระทบต่อสุขภาพและการป้องกัน การเข้าใจผลกระทบของ PM2.5 ต่อผิวหนังช่วยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการป้องกัน ได้แก่: การใช้สารต้านอนุมูลอิสระ: ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีวิตามิน

Uncategorized

ผมบางบริเวณขมับในผู้หญิง

English บทความโดย นพ.ปิยะวัฒน์ ภูมิสุวรรณ ลักษณะอาการ: ผมบางบริเวณขมับโดยไม่ถึงขั้นล้าน เผยให้เห็นหน้าผากมากขึ้นเมื่อเสยผมกลับไป เส้นผมค่อยๆ บางลงและเล็กลง เส้นผมมีระยะห่างระหว่างกันมากขึ้น แต่ไม่หลุดร่วงจนหมด อายุ: มักเกิดขึ้นตั้งแต่อายุ 35 ปีขึ้นไป ประวัติครอบครัว: ไม่จำเป็นต้องมีประวัติในครอบครัว แต่ในกรณีที่มีประวัติในครอบครัว มักจะมีอาการรุนแรงมากกว่า ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ: ผลตรวจเลือดมักปกติ และไม่มีปัญหาสุขภาพแอบแฝง สาเหตุ: เชื่อว่าผมบางประเภทนี้เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศหญิง โดยเฉพาะฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งแตกต่างจากผมบางจากกรรมพันธุ์ที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมนเพศชาย (แอนโดรเจน) ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์: ฮอร์โมนเอสโตรเจนมีบทบาทในการเจริญเติบโตของเส้นผม ความหนาแน่นของเส้นผมลดลงเมื่ออายุมากขึ้น โดยความหนาแน่นของเส้นผมจะสูงสุดในช่วงอายุ 20–30 ปี และลดลงหลังจากนั้น เส้นผมจะเล็กลงเมื่อระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง จำนวนเส้นผมลดลงอย่างชัดเจนหลังอายุ 40 ปี

Uncategorized

สาเหตุของผมร่วงผมบางในผู้หญิง: ความจริงที่ควรรู้และวิธีรับมือ

บทความโดย นพ.ปิยะวํฒน์ ภูมิสุวรรณ English ผมร่วงและผมบางเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในผู้หญิงทุกวัยซึ่งอาจส่งผลต่อความมั่นใจและสุขภาพจิตใจของหลายคน สาเหตุของผมร่วงในผู้หญิงมีความซับซ้อนและหลากหลาย บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจถึงปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหา พร้อมแนะนำวิธีดูแลและป้องกันอย่างถูกต้อง สาเหตุหลักของผมร่วงผมบางในผู้หญิง ฮอร์โมนและพันธุกรรม การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น ในช่วงตั้งครรภ์ หลังคลอด หรือวัยหมดประจำเดือน อาจทำให้ผมร่วงมากกว่าปกติ พันธุกรรมสามารถมีผลต่อการเกิดภาวะผมบางแบบผู้หญิง (Female Pattern Hair Loss) ซึ่งมักเริ่มที่กลางศีรษะและกระจายออกด้านข้าง ความเครียดและปัญหาทางจิตใจ ความเครียดทางร่างกายหรือจิตใจสามารถทำให้ผมหลุดร่วงได้ เช่น ภาวะ Telogen Effluvium ที่เกิดจากความเครียดทำให้ผมเข้าสู่ระยะพักพร้อมกัน ปัญหาทางจิตใจ เช่น ภาวะวิตกกังวลหรือซึมเศร้า ก็ส่งผลต่อสุขภาพผมได้ โรคและปัญหาสุขภาพ โรคบางชนิด เช่น โรคไทรอยด์ โรคภูมิคุ้มกัน หรือโรคโลหิตจาง เป็นเหตุที่ทำให้ผมร่วงผมบางได้ การนอนไม่หลับ พักผ่อนน้อย ก็ส่งผลกระทบต่อผมร่วงผมบางเช่นกัน โภชนาการที่ไม่สมดุล การขาดสารอาหารที่จำเป็น เช่น ธาตุเหล็ก สังกะสี ไบโอติน และโปรตีน การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วหรือการทานอาหารที่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการ การใช้สารเคมีและความเสียหายจากการจัดแต่งผม การใช้สารเคมี เช่น การย้อมผม

Uncategorized

Piyawat Clinic Signature Hair Treatment

日本 บทความโดย นพ.ปิยะวัฒน์ ภูมิสุวรรณ “การรักษาที่เพิ่มทั้งเส้นผมและสมรรถภาพ” ใครเหมาะที่จะรักษา ผมร่วงผมบางจากพันธุกรรม(AGA: Androgenetic Alopecia) หลังจากปลูกผม(Hair transplantation) เพื่อดูแลทั้งเส้นผมเดิมและเส้นผมที่ปลูกใหม่โดยไม่ต้องกินยา ต้องการหยุดยาที่กินรักษาเส้มผม เช่น Finasterile ซึ่งมีผลข้างเคียง ผมร่วงหลังคลอด ผมร่วงหลังเจ็บป่วย ผมร่วงจากโรคประจำตัว คนที่มีปัญหาจากการรักษาเดิม รักษาอย่างไร Hair Laser: ไม่เจ็บและปลอดภัยด้วยเครื่องที่ผ่านการรับรองจากUSFDA Mesotherapy: ด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติ 100% Home-used lotion: ด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติ 99% Organic Shampoo: ปราศจากที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง เช่น ซัลเฟต น้ำหอม สารกันบูด ยาบำรุงผลิตจากธรรมชาติ100% Blood tonic: ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดสู่รากผม Tonic capsule: ใช้สำหรับผู้ที่มีปัญหาสมรรถภาพทางเพศเสื่อมจากผลข้างเคียงของยาที่เคยใช้มาก่อน Natural hair spray ลดการระคายเคืองสำหรับคนทำสีผม Hair microscope: เพื่อตรวจดูหนังศีรษะทุกครั้งที่รับการรักษา ผลการรักษา เห็นผมขึ้นใหม่ด้วยกล้องmicroscope ภายใน

Uncategorized

Factor of Melasma Treatment Failure

日本 English (Scroll down) บทความโดย นพ.ปิยะวัฒน์ ภูมิสุวรรณ ปัจจัยที่ทำให้การรักษาฝ้าล้มเหลว ข้อควรรู้ในการดูรักษาฝ้า ฝ้าเกิดจากหลายปัจจัย ทั้งปัจจัยภายนอก เช่น การถูกแสงแดด และ ปัจจัยจากภายใน เช่น ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง เนื่องจากการรักษาฝ้าไม่ได้หยุดสาเหตุทั้งหมดของการเกิดฝ้า ดังนั้นจึงยังมีฝ้าขึ้นใหม่ได้ในระหว่างหรือหลังจากการรักษา ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาฝ้าให้หายขาดได้ การรักษาฝ้าจำเป็นต้องมีการรักษาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ฝ้าค่อยๆจางลง ไม่ใช่การรักษาครั้งเดียวแล้วหาย การตอบสนองต่อการรักษาของแต่ละคนจะมีความแตกต่างกัน ขึ้นกับปัจจัยต่างๆเช่น กิจกรรมที่ต้องถูกแดด คุณภาพผิว ฮอร์โมน ความปลอดภัยในการรักษาเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด การเลือกวิธีการรักษาจึงควรเป็นวิธีที่ปลอดภัยต่อสุขถาพผิว และสุขภาพร่างกาย  ปัจจัยที่ทำให้การรักษาฝ้าล้มเหลว การเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสม ปัจจุบันการรักษาด้วยเลเซอร์เป็นการรักษาหลัก ร่วมกับการทำทรีตเมนต์ ประสิทธิภาพของเครื่องเลเซอร์และประสบการณ์ของแพทย์มีผลต่อการรักษา เลเซอร์รุ่นเก่า นอกจากจะรักษาฝ้าไม่ค่อยได้ผลแล้วยังมีอัตราการเกิดผลข้างเคียงสูงกว่า ควรเลือกเครื่องเลเซอร์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน USFDA เครื่องเลเซอร์ที่ไม่ผ่านการรับรองมาตรฐานมักได้ผลการรักษาต่ำแต่ผลข้างเคียงสูง การทำทรีตเมนต์หลังเลเซอร์มีความสำคัญในการส่งเสริมให้ผลการรักษาดีขึ้น โดยมักจะมีส่วนประกอบของสารต้านอนุมูลอิสระ(Antioxidant) และสารไวท์เทนนิ่ง(Whitening) การไม่ได้รับทรีตเมนต์หรือการเลือกทรีตเมนต์ที่ไม่เหมาะสม จะทำให้ประสิทธิภาพการรักษาลดลง การใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวทุกวันมีความจำเป็นสำหรับการรักษาฝ้า เนื่องจากเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงสาเหตุต่างๆได้ เราจึงควรใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวทุกวัน เช่น Whitening cream, Vitamin C Serum, Sunscreen

Uncategorized

MicroBotox

日本 บทความโดย นพ.ปิยะวัฒน์ ภูมิสุวรรณ  พญ.ทิวานันท์ พรหมวรานนท์ MicroBotox เพื่อยกกระชับใบหน้าและแก้ปัญหาริ้วรอย MicroBotox คืออะไร? MicroBotox คือ เทคนิคการฉีด Botox เป็นตุ่มเล็กๆหลายๆจุด โดยฉีดเข้าไปที่ชั้นหนังแท้ เป็นเทคนิคที่ใช้กันมานานกว่า 20 ปี โดยความเข้มข้นของตัวยาจะน้อยกว่าเทคนิคปกติที่ฉีดกัน เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาธรรมชาติและหน้าไม่แข็งจนเกินไป   MicroBotox รักษาปัญหาใดได้บ้าง? รักษาริ้วรอยและร่องถาวรตื้นๆได้ทั่วใบหน้าและลำคอ ยกกระชับใบหน้า Nefertiti lift (เทคนิคการฉีดเพื่อทำให้กรอบหน้าชัดขึ้น แก้ปัญหาลำกล้ามเนื้อที่คอ และริ้วรอยที่คอ) รักษาภาวะเหงื่อออกมาก เช่น ที่บริเวณใต้วงแขน รักษาโรคผิวหนังบางชนิด เช่น โรคหน้าแดง rosacea, ผิวหนังมัน   ข้อดีของ MicroBotox ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ผลข้างเคียงน้อย และป้องกันการเกิดหน้าแข็งดูไม่เป็นธรรมชาติ ใช้รักษาในตำแหน่งที่เทคนิคปกติไม่สามารถทำได้ แพทย์ผู้มีประสบการณ์สามารถใช้เทคนิคนี้ในการยกกระชับใบหน้าได้   ข้อเสียของ MicroBotox ผลการรักษาอยู่ได้สั้นกว่าเทคนิคปกติ โดยเฉลี่ยแล้วอยู่ได้นานประมาณ 2-3 เดือน ผลการรักษาขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแพทย์ที่ฉีด

Uncategorized

Organic Rosemary Pure Shampoo

คุณสมบัติครบถ้วน 7 ประการ สำหรับแชมพูสุขภาพ พร้อมสรรพคุณของ Organic Rosemary ที่ช่วยบำรุงและปกป้องหนังศีรษะ และเส้นผม

Scroll to Top
Secured By miniOrange