Uncategorized

The Impact of PM2.5 on Skin Health and Pigmentation

งานวิจัยล่าสุดเน้นให้เห็นถึงผลกระทบที่เป็นอันตรายของฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ต่อผิวหนังของมนุษย์ PM2.5 ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของมลพิษทางอากาศ มีความเชื่อมโยงกับริ้วรอยแห่งวัย การเปลี่ยนแปลงของเม็ดสี และโรคผิวหนังที่เกิดจากการอักเสบ นักวิจัยได้ศึกษาบทบาทของ PM2.5 ในการเกิดภาวะผิวคล้ำผิดปกติและความเสียหายของผิวที่เกี่ยวข้องกับภาวะเครียดออกซิเดชัน PM2.5 กับภาวะผิวคล้ำผิดปกติ การศึกษาที่ใช้แบบจำลองผิวหนังมนุษย์แบบจำลองแสดงให้เห็นว่าการสัมผัส PM2.5 สามารถกระตุ้นการผลิตเมลานิน ส่งผลให้ผิวคล้ำขึ้น งานวิจัยพบว่า PM2.5 กระตุ้นเซลล์สร้างเม็ดสีทางอ้อมผ่านเส้นทางการส่งสัญญาณของเคราติโนไซต์ ทำให้เกิดการสังเคราะห์เมลานินเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ สารพิษเช่น เบนโซ[a]ไพรีน (BAP) ที่พบใน PM2.5 มีส่วนช่วยให้เกิดภาวะนี้โดยกระตุ้นความเครียดออกซิเดชันและกระบวนการอักเสบ กลไกของความเสียหายต่อผิวหนัง PM2.5 ก่อให้เกิดผลเสียต่อผิวหนังผ่านกลไกหลัก ได้แก่: ความเครียดออกซิเดชัน: กระตุ้นการสร้างอนุมูลอิสระ (ROS) ซึ่งนำไปสู่ความเสียหายของเซลล์และการอักเสบ การตอบสนองต่อการอักเสบ: กระตุ้นการปล่อยสารไซโตไคน์ที่ก่อให้เกิดการอักเสบ ทำให้อาการของโรคผิวหนังแย่ลง การกระตุ้นตัวรับอะริลไฮโดรคาร์บอน (AhR): PM2.5 มีสารโพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน (PAHs) ที่สามารถจับกับ AhR ในเซลล์ผิวหนัง ส่งผลต่อการสร้างเมลานินและความแข็งแรงของเกราะป้องกันผิว ผลกระทบต่อสุขภาพและการป้องกัน การเข้าใจผลกระทบของ PM2.5 ต่อผิวหนังช่วยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการป้องกัน ได้แก่: การใช้สารต้านอนุมูลอิสระ: ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีวิตามิน […]

Uncategorized

Effects of PM 2.5 on the Skin and Benefits of Plant Extracts in Protecting and Restoring the Skin

ผลกระทบของ PM 2.5 ต่อผิวหนัง และ ประโยชน์ของสารสกัดจากพืชในการปกป้องและฟื้นฟูผิว ผลกระทบของ PM 2.5 ต่อผิวหนัง PM 2.5 (Particulate Matter ขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน) เป็นมลพิษทางอากาศที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพผิวหนังโดยตรง เนื่องจากอนุภาคขนาดเล็กสามารถแทรกซึมผ่านรูขุมขนเข้าสู่ผิวหนังได้ ก่อให้เกิดปัญหาดังนี้ กระตุ้นการอักเสบและระคายเคือง – อนุภาค PM 2.5 ทำให้เกิดการอักเสบของผิว กระตุ้นการหลั่งไซโตไคน์อักเสบ (inflammatory cytokines) ทำให้เกิดผื่นแพ้และอาการแดงของผิว เพิ่มการเกิดริ้วรอยก่อนวัย – PM 2.5 กระตุ้นอนุมูลอิสระ (oxidative stress) ซึ่งทำลายคอลลาเจนและอีลาสติน ส่งผลให้เกิดริ้วรอย ความหย่อนคล้อย และความหมองคล้ำ กระตุ้นการผลิตเม็ดสีผิดปกติ – อนุภาคขนาดเล็กสามารถกระตุ้นการผลิตเม็ดสีเมลานินผิดปกติ ทำให้เกิดฝ้า กระ และจุดด่างดำ ลดความสามารถของเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) – PM 2.5 ทำให้ชั้นไขมันที่ช่วยปกป้องผิวอ่อนแอลง ส่งผลให้ผิวแห้ง

Uncategorized

Basic Knowledge to Care Hair and Scalp

  เส้นผมและหนังศีรษะเป็นองค์ประกอบสำคัญของร่างกายที่ไม่เพียงแต่มีบทบาทด้านความสวยงาม แต่ยังสะท้อนถึงสุขภาพโดยรวมของเราได้ด้วย การทำความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับเส้นผมและหนังศีรษะจะช่วยให้เราดูแลเส้นผมได้อย่างเหมาะสม ลดปัญหาผมร่วง หนังศีรษะมัน หรือรังแคที่อาจเกิดขึ้นได้ โครงสร้างของเส้นผม เส้นผม(Hair shaft) ประกอบไปด้วย เคราติน (Keratin) ซึ่งเป็นโปรตีนชนิดเดียวกับที่พบในเล็บและผิวหนัง เส้นผมแต่ละเส้นมีโครงสร้างหลัก 3 ชั้น ได้แก่ คิวติเคิล (Cuticle) – ชั้นนอกสุดของเส้นผม มีลักษณะเป็นเกล็ดซ้อนกัน ทำหน้าที่ปกป้องเนื้อในของเส้นผมจากความเสียหายจากสิ่งแวดล้อมภายนอก เช่น แสงแดด ความร้อน และสารเคมี โดยชั้นผิวนอกจะประกอบด้วยเกล็ดเล็ก ๆ ซ้อนทับกันเป็นแถวตามแนวยาวของเส้นผม หากเกล็ดเหล่านี้เปิดออกจะทำให้เส้นผมดูแห้งกร้าน ไม่เรียบลื่น คอร์เทกซ์ (Cortex) – ชั้นกลาง ประกอบด้วยเส้นใยโปรตีนเรียงตัวกันแบบอัดแน่น ทำหน้าที่ให้ความแข็งแรงและความยืดหยุ่นแก่เส้นผม และมีเม็ดสีเมลานินที่กำหนดสีของเส้นผม เมดุลลา (Medulla) – ชั้นในสุด  เป็นชั้นในสุดของเส้นผม มีลักษณะคล้ายท่อขนาดเล็กเรียงตัวกัน 3-4 ชั้น ซึ่งเกิดจากโปรตีนและไขมัน ส่วนมากจะพบในผมเส้นใหญ่ หรือผู้ที่มีสภาพผมแข็งแรง รากผม(Hair root) รากผม คือส่วนที่อยู่ใต้ผิวหนังศีรษะ

Uncategorized

ผมบางบริเวณขมับในผู้หญิง

English บทความโดย นพ.ปิยะวัฒน์ ภูมิสุวรรณ ลักษณะอาการ: ผมบางบริเวณขมับโดยไม่ถึงขั้นล้าน เผยให้เห็นหน้าผากมากขึ้นเมื่อเสยผมกลับไป เส้นผมค่อยๆ บางลงและเล็กลง เส้นผมมีระยะห่างระหว่างกันมากขึ้น แต่ไม่หลุดร่วงจนหมด อายุ: มักเกิดขึ้นตั้งแต่อายุ 35 ปีขึ้นไป ประวัติครอบครัว: ไม่จำเป็นต้องมีประวัติในครอบครัว แต่ในกรณีที่มีประวัติในครอบครัว มักจะมีอาการรุนแรงมากกว่า ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ: ผลตรวจเลือดมักปกติ และไม่มีปัญหาสุขภาพแอบแฝง สาเหตุ: เชื่อว่าผมบางประเภทนี้เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศหญิง โดยเฉพาะฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งแตกต่างจากผมบางจากกรรมพันธุ์ที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมนเพศชาย (แอนโดรเจน) ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์: ฮอร์โมนเอสโตรเจนมีบทบาทในการเจริญเติบโตของเส้นผม ความหนาแน่นของเส้นผมลดลงเมื่ออายุมากขึ้น โดยความหนาแน่นของเส้นผมจะสูงสุดในช่วงอายุ 20–30 ปี และลดลงหลังจากนั้น เส้นผมจะเล็กลงเมื่อระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง จำนวนเส้นผมลดลงอย่างชัดเจนหลังอายุ 40 ปี

Uncategorized

สาเหตุของผมร่วงผมบางในผู้หญิง: ความจริงที่ควรรู้และวิธีรับมือ

บทความโดย นพ.ปิยะวํฒน์ ภูมิสุวรรณ English ผมร่วงและผมบางเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในผู้หญิงทุกวัยซึ่งอาจส่งผลต่อความมั่นใจและสุขภาพจิตใจของหลายคน สาเหตุของผมร่วงในผู้หญิงมีความซับซ้อนและหลากหลาย บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจถึงปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหา พร้อมแนะนำวิธีดูแลและป้องกันอย่างถูกต้อง สาเหตุหลักของผมร่วงผมบางในผู้หญิง ฮอร์โมนและพันธุกรรม การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น ในช่วงตั้งครรภ์ หลังคลอด หรือวัยหมดประจำเดือน อาจทำให้ผมร่วงมากกว่าปกติ พันธุกรรมสามารถมีผลต่อการเกิดภาวะผมบางแบบผู้หญิง (Female Pattern Hair Loss) ซึ่งมักเริ่มที่กลางศีรษะและกระจายออกด้านข้าง ความเครียดและปัญหาทางจิตใจ ความเครียดทางร่างกายหรือจิตใจสามารถทำให้ผมหลุดร่วงได้ เช่น ภาวะ Telogen Effluvium ที่เกิดจากความเครียดทำให้ผมเข้าสู่ระยะพักพร้อมกัน ปัญหาทางจิตใจ เช่น ภาวะวิตกกังวลหรือซึมเศร้า ก็ส่งผลต่อสุขภาพผมได้ โรคและปัญหาสุขภาพ โรคบางชนิด เช่น โรคไทรอยด์ โรคภูมิคุ้มกัน หรือโรคโลหิตจาง เป็นเหตุที่ทำให้ผมร่วงผมบางได้ การนอนไม่หลับ พักผ่อนน้อย ก็ส่งผลกระทบต่อผมร่วงผมบางเช่นกัน โภชนาการที่ไม่สมดุล การขาดสารอาหารที่จำเป็น เช่น ธาตุเหล็ก สังกะสี ไบโอติน และโปรตีน การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วหรือการทานอาหารที่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการ การใช้สารเคมีและความเสียหายจากการจัดแต่งผม การใช้สารเคมี เช่น การย้อมผม

Uncategorized

Piyawat Clinic Signature Hair Treatment

日本 บทความโดย นพ.ปิยะวัฒน์ ภูมิสุวรรณ “การรักษาที่เพิ่มทั้งเส้นผมและสมรรถภาพ” ใครเหมาะที่จะรักษา ผมร่วงผมบางจากพันธุกรรม(AGA: Androgenetic Alopecia) หลังจากปลูกผม(Hair transplantation) เพื่อดูแลทั้งเส้นผมเดิมและเส้นผมที่ปลูกใหม่โดยไม่ต้องกินยา ต้องการหยุดยาที่กินรักษาเส้มผม เช่น Finasterile ซึ่งมีผลข้างเคียง ผมร่วงหลังคลอด ผมร่วงหลังเจ็บป่วย ผมร่วงจากโรคประจำตัว คนที่มีปัญหาจากการรักษาเดิม รักษาอย่างไร Hair Laser: ไม่เจ็บและปลอดภัยด้วยเครื่องที่ผ่านการรับรองจากUSFDA Mesotherapy: ด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติ 100% Home-used lotion: ด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติ 99% Organic Shampoo: ปราศจากที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง เช่น ซัลเฟต น้ำหอม สารกันบูด ยาบำรุงผลิตจากธรรมชาติ100% Blood tonic: ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดสู่รากผม Tonic capsule: ใช้สำหรับผู้ที่มีปัญหาสมรรถภาพทางเพศเสื่อมจากผลข้างเคียงของยาที่เคยใช้มาก่อน Natural hair spray ลดการระคายเคืองสำหรับคนทำสีผม Hair microscope: เพื่อตรวจดูหนังศีรษะทุกครั้งที่รับการรักษา ผลการรักษา เห็นผมขึ้นใหม่ด้วยกล้องmicroscope ภายใน

Uncategorized

Factor of Melasma Treatment Failure

日本 English (Scroll down) บทความโดย นพ.ปิยะวัฒน์ ภูมิสุวรรณ ปัจจัยที่ทำให้การรักษาฝ้าล้มเหลว ข้อควรรู้ในการดูรักษาฝ้า ฝ้าเกิดจากหลายปัจจัย ทั้งปัจจัยภายนอก เช่น การถูกแสงแดด และ ปัจจัยจากภายใน เช่น ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง เนื่องจากการรักษาฝ้าไม่ได้หยุดสาเหตุทั้งหมดของการเกิดฝ้า ดังนั้นจึงยังมีฝ้าขึ้นใหม่ได้ในระหว่างหรือหลังจากการรักษา ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาฝ้าให้หายขาดได้ การรักษาฝ้าจำเป็นต้องมีการรักษาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ฝ้าค่อยๆจางลง ไม่ใช่การรักษาครั้งเดียวแล้วหาย การตอบสนองต่อการรักษาของแต่ละคนจะมีความแตกต่างกัน ขึ้นกับปัจจัยต่างๆเช่น กิจกรรมที่ต้องถูกแดด คุณภาพผิว ฮอร์โมน ความปลอดภัยในการรักษาเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด การเลือกวิธีการรักษาจึงควรเป็นวิธีที่ปลอดภัยต่อสุขถาพผิว และสุขภาพร่างกาย  ปัจจัยที่ทำให้การรักษาฝ้าล้มเหลว การเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสม ปัจจุบันการรักษาด้วยเลเซอร์เป็นการรักษาหลัก ร่วมกับการทำทรีตเมนต์ ประสิทธิภาพของเครื่องเลเซอร์และประสบการณ์ของแพทย์มีผลต่อการรักษา เลเซอร์รุ่นเก่า นอกจากจะรักษาฝ้าไม่ค่อยได้ผลแล้วยังมีอัตราการเกิดผลข้างเคียงสูงกว่า ควรเลือกเครื่องเลเซอร์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน USFDA เครื่องเลเซอร์ที่ไม่ผ่านการรับรองมาตรฐานมักได้ผลการรักษาต่ำแต่ผลข้างเคียงสูง การทำทรีตเมนต์หลังเลเซอร์มีความสำคัญในการส่งเสริมให้ผลการรักษาดีขึ้น โดยมักจะมีส่วนประกอบของสารต้านอนุมูลอิสระ(Antioxidant) และสารไวท์เทนนิ่ง(Whitening) การไม่ได้รับทรีตเมนต์หรือการเลือกทรีตเมนต์ที่ไม่เหมาะสม จะทำให้ประสิทธิภาพการรักษาลดลง การใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวทุกวันมีความจำเป็นสำหรับการรักษาฝ้า เนื่องจากเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงสาเหตุต่างๆได้ เราจึงควรใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวทุกวัน เช่น Whitening cream, Vitamin C Serum, Sunscreen

Uncategorized

MicroBotox

日本 บทความโดย นพ.ปิยะวัฒน์ ภูมิสุวรรณ  พญ.ทิวานันท์ พรหมวรานนท์ MicroBotox เพื่อยกกระชับใบหน้าและแก้ปัญหาริ้วรอย MicroBotox คืออะไร? MicroBotox คือ เทคนิคการฉีด Botox เป็นตุ่มเล็กๆหลายๆจุด โดยฉีดเข้าไปที่ชั้นหนังแท้ เป็นเทคนิคที่ใช้กันมานานกว่า 20 ปี โดยความเข้มข้นของตัวยาจะน้อยกว่าเทคนิคปกติที่ฉีดกัน เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาธรรมชาติและหน้าไม่แข็งจนเกินไป   MicroBotox รักษาปัญหาใดได้บ้าง? รักษาริ้วรอยและร่องถาวรตื้นๆได้ทั่วใบหน้าและลำคอ ยกกระชับใบหน้า Nefertiti lift (เทคนิคการฉีดเพื่อทำให้กรอบหน้าชัดขึ้น แก้ปัญหาลำกล้ามเนื้อที่คอ และริ้วรอยที่คอ) รักษาภาวะเหงื่อออกมาก เช่น ที่บริเวณใต้วงแขน รักษาโรคผิวหนังบางชนิด เช่น โรคหน้าแดง rosacea, ผิวหนังมัน   ข้อดีของ MicroBotox ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ผลข้างเคียงน้อย และป้องกันการเกิดหน้าแข็งดูไม่เป็นธรรมชาติ ใช้รักษาในตำแหน่งที่เทคนิคปกติไม่สามารถทำได้ แพทย์ผู้มีประสบการณ์สามารถใช้เทคนิคนี้ในการยกกระชับใบหน้าได้   ข้อเสียของ MicroBotox ผลการรักษาอยู่ได้สั้นกว่าเทคนิคปกติ โดยเฉลี่ยแล้วอยู่ได้นานประมาณ 2-3 เดือน ผลการรักษาขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแพทย์ที่ฉีด

Uncategorized

Organic Rosemary Pure Shampoo

คุณสมบัติครบถ้วน 7 ประการ สำหรับแชมพูสุขภาพ พร้อมสรรพคุณของ Organic Rosemary ที่ช่วยบำรุงและปกป้องหนังศีรษะ และเส้นผม

Uncategorized

What Shampoo Should We Use?

English: scroll down บทความโดย นพ.ปิยะวัฒน์ ภูมิสุวรรณ เราจะใช้ยาสระผมอะไรดี? เนื่องจากหมอได้มีโอกาสดูแลคนไข้ที่มีปัญหาเส้นผมและหนังศีรษะจำนวนมาก คนไข้จะมีคำถามมากมายเกี่ยวกับวิธีการดูแลเส้นผมให้สะอาดและสวยงามอยู่เสมอ คำถามที่ถูกถามบ่อยที่สุดคือ “ฉันจะใช้ยาสระผมอะไรดี” ยาสระผมไม่เพียงแต่ช่วยทำความสะอาดผิวหนังหนังศีรษะและเส้นผมเป็นหน้าที่หลักเท่านั้น แต่ยังช่วยปรับสภาพและตกแต่งเส้นผมให้สวยงาม และยาสระผมบางชนิดยังทำหน้าที่เสริมในการรักษาความผิดปกติของหนังศีรษะต่างๆ ส่วนผสมต่างๆจึงถูกคัดสรรมาผสมลงในแชมพู เพื่อให้ได้แชมพูที่มีคุณสมบัติที่ต้องการ ยาสระผมที่ดีควรมีคุณสมบัติอย่างไร ช่วยลดหรือบรรเทาอาการผมร่วง ช่วยลดการระคายเคืองที่หนังศีรษะ สามารถใช้ได้ในคนที่ทำสีผม ปราศจากสารที่อาจทำให้เกิดอันตรายในการใช้ระยะยาว สามารถใช้บ่อยได้ตามต้องการ เรามีวิธีเลือกยาสระผมอย่างไรเพื่อให้ได้คุณสมบัติเหมือนที่กล่าวมา ยาสระผมออแกร์นิค(Organic Shampoo) การเลือกใช้ยาสระผมออร์แกนิคจะช่วยลดความเสี่ยงในการสัมผัสกับสารเคมีปนเปื้อนที่อาจเป็นอันตราย สารเคมีเหล่านี้อาจส่งผลระยะยาวต่อเส้นผม ซึ่งอาจปรากฏในผมบาง แตกหัก หรือศีรษะล้าน แชมพูบริสุทธิ์(Pure Shampoo) แชมพูบริสุทธิ์ทำจากส่วนผสมจากธรรมชาติและออร์แกนิค แตกต่างจากแชมพูทั่วไปซึ่งมักประกอบด้วยสารเคมีที่รุนแรง เช่น ซัลเฟตและพาราเบน  Pure Shampoo ผลิตด้วยส่วนผสมจากพืชซึ่งอ่อนโยนต่อเส้นผมและหนังศีรษะ ยาสระผมปราศจากซัลเฟต(Sulfate-free shampoo) สารซัลเฟตอาจรุนแรงมากเกินไปสำหรับหนังศีรษะของบางคน อาจทำให้เกิดการระคายเคืองและคัน แชมพูที่ปราศจากสารซัลเฟตมักอ่อนโยนกว่ายาสระผมทั่วไป หากผมของคุณเพิ่งทำสี ทำเคมี หรือคุณมีหนังศีรษะที่บอบบาง แนะนำว่าคุณลองใช้แชมพูที่ปราศจากซัลเฟตเพื่อดูว่าสุขภาพผมของคุณดีขึ้นหรือไม่ ยาสระผมปราศจากสารซิลิโคน (Silicone-free shampoo) ซิลิโคนสามารถสะสมบนหนังศีรษะและอุดตันรูรากผม อาจทำให้เกิดอาการอักเสบและเป็นสะเก็ด ดังนั้นสูตรปราศจากซิลิโคนจึงสามารถช่วยให้สุขภาพหนังศีรษะโดยรวมดีขึ้นได้ หากคุณมีหนังศีรษะที่บอบบางหรือคัน

Scroll to Top
Secured By miniOrange