Piyawat Clinic

Uncategorized

Truth Behind Treatment-Resistant Melasma

โดน นพ.ปิยะวัฒน์ ภูมิสุวรรณ(Dr.Piyawat) , พญ.ทิวานันท์ พรพมวรานนท์(Dr.Tiwanun) เปิดเผยความลับของ “ฝ้าดื้อการรักษา” ทำไมรักษามาหลายปีแต่ยังไม่หาย? ผู้หญิงจำนวนมากเคยมีประสบการณ์แบบเดียวกัน ทาครีมรักษาฝ้า ทำเลเซอร์หลายครั้ง ฝ้าจางลงช่วงหนึ่ง…แล้วกลับมาใหม่อีก คำถามคือ ทำไมฝ้าถึงกลับมาได้เสมอ? ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา งานวิจัยทางผิวหนังได้ค้นพบว่า ฝ้าไม่ใช่แค่ปัญหาเม็ดสีบนผิวหน้าเท่านั้น แต่เป็น โรคของโครงสร้างผิวที่เสื่อมจากแสงแดด (photoaging skin disorder) ฝ้าไม่ได้อยู่แค่ “ชั้นหนังกำพร้า” ในอดีตแพทย์เชื่อว่า ฝ้าเกิดจาก                👉 melanocyte ผลิตเม็ดสีมากเกินไป จึงรักษาด้วย ยาทาฝ้า Whitening Laser แต่การศึกษาทางวิทยาศาสตร์ล่าสุดพบว่า ในบริเวณที่เป็นฝ้า….มีการเปลี่ยนแปลงของผิวในชั้นหนังแท้ (dermis) โดยเฉพาะเซลล์ชนิดหนึ่งที่เรียกว่า….เซลล์ผิวที่ “แก่ก่อนวัย” จุดเริ่มต้นของฝ้า งานวิจัยพบว่า….ผิวที่เป็นฝ้ามีเซลล์ที่เรียกว่า Senescent fibroblast หรือเ ซลล์ผิวที่แก่และเสื่อมสภาพ เซลล์กลุ่มนี้เกิดจาก แสงแดดทำลายผิวสะสม UV radiation อายุที่เพิ่มขึ้น มลภาวะ เมื่อเซลล์เหล่านี้แก่ตัว…มันจะปล่อยสารกระตุ้นหลายชนิด เช่น Melanogenic […]

Uncategorized

The Hidden Limits of Minoxidil Treatment (TH)

บทความโดย นายแพทย์ ปิยะวัฒน์ ภูมิสุวรรณ 💊 ทายาปลูกผมมาตั้งนาน…ทำไมยังรู้สึกว่า “ไม่ได้ผล“? ​เคยไหมครับ? ซื้อ Minoxidil มาหยดเองตามรีวิว ช่วงแรกเหมือนจะดี แต่พอใช้ไปนานๆ ทำไมผมกลับมาบาง หรือรู้สึกว่ามัน “ตัน” ไม่ขึ้นเพิ่มอีกแล้ว? ​วันนี้หมอ Dr. Piyawat ขอหยิบงานวิจัยระดับตำนาน 2 ฉบับ ที่ติดตามคนไข้ชายผมร่วงมายาวนานถึง 5 ปี มาเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่าย ว่าทำไมการซื้อยาทาเองถึงอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายครับ ​📉 1. ความคาดหวัง vs ความจริง (Cosmetic Gap) หลายคนหวังว่าทายาแล้วผมจะกลับมาดกดำเหมือนวัยรุ่น แต่งานวิจัยชี้ชัดว่า แม้จำนวนเส้นผมจะเพิ่มขึ้นจริงในทางสถิติ แต่ในแง่ความสวยงาม (Cosmetic appearance) นั้น “น้อยคนมากที่จะกลับมาผมดกหนาจนเห็นได้ชัด“ ในงานวิจัยพบว่า แพทย์ผู้ประเมินแทบไม่พบคนไข้ที่มีผมขึ้นหนาแน่น (Dense regrowth) เลย แปลว่ายาช่วยได้จริง แต่ช่วยในระดับ “ประคอง” มากกว่า “เปลี่ยนหัวล้านเป็นหัวดก” ครับ ​⏳

Dr.Piyawat Trichoscopy
Uncategorized

ความลับใต้หนังศีรษะที่คุณไม่เคยรู้: มองเห็นด้วย Trichoscopy

บทความโดย นายแพทย์ ปิยะวัฒน์ ภูมิสุวรรณ ความลับใต้หนังศีรษะที่คุณไม่เคยรู้: เมื่อ “ผมบาง” ในผู้หญิง ไม่ใช่แค่เรื่องของฮอร์โมน แต่คือ “การอักเสบและพังผืด” ​เมื่อเราพูดถึง “ผมบางในผู้หญิง” หรือ Female Pattern Hair Loss (FPHL) เรามักนึกถึงภาพของคุณแม่หรือคุณยายที่มีผมบางลงตามวัย เรามักโทษฮอร์โมนหรือพันธุกรรม และทำใจยอมรับมัน แต่ข้อมูลจากงานวิจัยล่าสุดได้เปลี่ยนมุมมองการรักษาเรื่องนี้ไปอย่างสิ้นเชิงครับ ​วันนี้ผมจะมาย่อยงานวิจัยที่เจาะลึกเรื่องนี้ (Cross-sectional Observational Study) ในคนไข้หญิง 90 ราย เพื่อให้คุณเข้าใจว่า ทำไม “การรอ” ถึงเป็นศัตรูตัวร้ายที่สุดของเส้นผม ​🔍 ส่องกล้องมองหาความจริง (Trichoscopy) ในอดีต เราอาจแค่มองด้วยตาเปล่าแล้ววินิจฉัย แต่ปัจจุบันเรามี “Trichoscopy” หรือกล้องขยายภาพหนังศีรษะ ซึ่งเปรียบเสมือน “แว่นขยายของนักสืบ” งานวิจัยนี้ยืนยันครับว่า สิ่งที่เรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่กล้องเห็น คือกุญแจสำคัญ: ​🚩เส้นผมขนาดไม่เท่ากัน (Anisotrichosis): เส้นใหญ่บ้าง เล็กบ้าง ปนกัน เป็นสัญญาณแรกเริ่มที่สุดที่บอกว่ารากผมคุณเริ่มอ่อนแอ  ​🚩รอยโรคคล้ายเป้ายิงปืน

Uncategorized

ผิวกระจ่างใสอย่างอ่อนโยนสำหรับผู้หญิงเอเซีย

บทความโดย นพ.ปิยะวัฒน์ ภูมิสุวรรณ ทางเลือกใหม่ในการรักษาฝ้าและเม็ดสีด้วย Q-Switched Nd:YAG Laser Toning** คุณรู้สึกไหมว่า “ฝ้า กระ หรือรอยดำ” บนแก้มเป็นปัญหาที่ไม่ว่าพยายามแค่ไหนก็ไม่จางลงสักที?หลายคนอาจเคยลองครีมทาฝ้า ผลิตภัณฑ์ไวท์เทนนิ่ง หรือการผลัดเซลล์ผิวแบบต่างๆ แต่ผลลัพธ์กลับไม่ยั่งยืน หรือบางครั้งยังทำให้ผิวไวต่อแดดกว่าเดิมด้วยซ้ำ งานวิจัยทางการแพทย์ที่ทำในหญิงญี่ปุ่นโดยเฉพาะ ชี้ให้เห็นว่า เลเซอร์ทุกชนิดไม่ได้ให้ผลลัพธ์เท่ากัน และมีวิธีที่ “อ่อนโยนกว่า แต่ได้ผลยาวนานกว่า” สำหรับผิวเอเชียอย่างแท้จริง บทความนี้จะอธิบายอย่างกระชับและเข้าใจง่าย ว่าเหตุใด Q-Switched Nd:YAG Laser Toning จึงเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในการรักษาฝ้า–เม็ดสีสำหรับผู้หญิงญี่ปุ่น การรักษาแบบอ่อนโยนคือคำตอบ: ทำไม Laser Toning จึงดีกว่าวิธีดั้งเดิม ในอดีต เลเซอร์ที่ใช้รักษาฝ้ามักเป็นแบบพลังงานสูง เช่น Ruby Laser ซึ่งสามารถทำลายเม็ดสีได้จริง แต่ปัญหาคือ… เลเซอร์รุนแรงเกินไป ทำลายทั้งเม็ดสี และเซลล์ผิวรอบข้าง ผิวเกิดการอักเสบ ฝ้ากลับมาเข้มขึ้นกว่าเดิม (“Rebound”) งานวิจัยของแพทย์ญี่ปุ่นเปรียบเทียบผลของ Ruby Laser กับ

Uncategorized

Hair and Scalp Aging

Hair Aging: ผมร่วงผมบางจากการเสื่อมตามวัย เปิดเบื้องหลัง ‘ความงามจากราก’ กับปรากฏการณ์ “Hair Aging” และวิธีดูแลหนังศีรษะให้คงความอ่อนเยาว์ เมื่อ “หนังศีรษะ” เริ่มแก่… “เส้นผม” ก็เริ่มจากลา เราคุ้นเคยกับการบำรุงผิวหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ หลีกเลี่ยงริ้วรอยและความหย่อนคล้อย แต่คุณรู้หรือไม่ว่า “หนังศีรษะ” ก็เสื่อมสภาพไปตามวัยได้เช่นกัน และการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ที่มองไม่เห็นนี้ อาจเป็นต้นตอสำคัญที่ทำให้คุณเริ่มมีเส้นผมบางลง แห้ง หงอก หรือหลุดร่วงง่ายขึ้นเรื่อยๆ Hair Aging: เส้นผมที่อ่อนแอ อาจไม่ใช่แค่กรรมพันธุ์ แม้พันธุกรรมจะมีส่วนกำหนดลักษณะเส้นผม แต่การเปลี่ยนแปลงที่มาจาก “สภาพแวดล้อมของรูขุมขน” มีผลมากกว่าที่คิด! เมื่อหนังศีรษะแก่ลง ไม่ว่าจะเพราะวัย มลภาวะ หรือฮอร์โมนที่เปลี่ยนไปหลังวัยหมดประจำเดือน รูขุมขนก็จะเริ่มอ่อนแรง ทำงานช้าลง ผลิตเส้นผมที่บางลง เส้นเล็กลง หรือวงจรการงอกของผมหยุดชะงัก สัญญาณเตือน…หนังศีรษะกำลังเข้าสู่วัยทอง เส้นผมเริ่มบางลง หนังศีรษะแห้ง ลอก หรือไวต่อสิ่งกระตุ้น เส้นผมขึ้นใหม่ช้าลง หรือขึ้นแบบเส้นเล็กๆ บางๆ เริ่มมีอาการผมหงอกก่อนวัย รู้สึกว่าผมลีบแบน ไม่มีวอลลุ่ม แม้สระแล้ว หนังศีรษะแก่

Uncategorized

Mechanisms of Hair Stimulation Using Fractional Laser for Androgenetic Alopecia(TH)

กลไกการกระตุ้นเส้นผมด้วย Fractional Laser สำหรับ Androgenetic Alopecia Androgenetic Alopecia (AGA) หรือภาวะผมบางจากพันธุกรรม เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยทั้งในผู้ชายและผู้หญิง มีสาเหตุมาจากฮอร์โมนแอนโดรเจนและความไวของรากผมต่อ DHT (dihydrotestosterone) ซึ่งส่งผลให้วงจรการเจริญเติบโตของเส้นผมสั้นลง และรากผมหดเล็กลงเรื่อย ๆ จนเกิดอาการผมบางอย่างเห็นได้ชัด ในช่วงหลังมานี้ เทคโนโลยีเลเซอร์ โดยเฉพาะ Fractional Laser ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในฐานะทางเลือกในการรักษา AGA โดยไม่ใช้ยา เนื่องจากพบว่าเลเซอร์สามารถกระตุ้นให้รากผมที่อ่อนแอฟื้นตัว และกระตุ้นให้เกิดการงอกใหม่ของเส้นผมได้อย่างมีประสิทธิภาพ Fractional Laser คืออะไร? Fractional Laser คือเลเซอร์ที่ปล่อยพลังงานลงไปใต้ผิวหนังเป็นจุดเล็ก ๆ แบบเป็นตาข่าย (fractionated beam) โดยเว้นผิวหนังปกติไว้ระหว่างจุดที่ได้รับพลังงาน ซึ่งจะทำให้เกิดแผลเล็ก ๆ ในระดับไมโครบริเวณที่ยิงเลเซอร์ ส่งผลให้เกิดกระบวนการซ่อมแซมผิวหนังโดยธรรมชาติ และกระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูในระดับเซลล์ ประเภทของ Fractional Laser เลเซอร์ชนิด Fractional ที่ใช้ในการกระตุ้นเส้นผมมีหลายชนิด โดยแต่ละชนิดมีความรุนแรงและระดับประสิทธิภาพที่แตกต่างกัน เนื่องจากผู้ที่มีภาวะผมร่วง ผมบาง มักมีหนังศีรษะที่ไวต่อการกระตุ้น การเลือกใช้เลเซอร์ที่อ่อนโยนจึงเป็นสิ่งสำคัญ

Uncategorized

The Truth Revealed: Why Melasma Treatment Doesn’t Work for Everyone?

เปิดเผยความจริง: ทำไมการรักษาฝ้าถึงไม่ได้ผลสำหรับทุกคน? ฝ้าจางลงได้ แต่ยังไม่มีวิธีไหนที่การันตีว่าฝ้าจะหายไปทั้งหมด หลายคนพยายามรักษาฝ้าแต่กลับพบว่า ฝ้าจางลงช่วงหนึ่งแล้วกลับมาเข้มขึ้นอีก ไม่ว่าจะใช้ครีมราคาแพง เลเซอร์เทคโนโลยีสูง หรืออาหารเสริมก็ยังไม่สามารถกำจัดฝ้าให้หายไปได้อย่างถาวร ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาฝ้าที่สามารถรับประกันได้ว่าจะทำให้ฝ้าหายไปทั้งหมด แต่สามารถทำให้ฝ้าจางลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และป้องกันไม่ให้กลับมาเข้มขึ้น หากดูแลผิวอย่างต่อเนื่องและเลือกวิธีที่เหมาะสม มาดูกันว่า ทำไมบางคนรักษาฝ้าได้ผลดี แต่บางคนไม่ได้ผล? และต้องทำอย่างไรให้ฝ้าจางลงและไม่กลับมาอีก? 1. ดูแลผิวอย่างต่อเนื่อง ป้องกันฝ้ากลับมา ฝ้าไม่สามารถหายขาดได้ในครั้งเดียว การดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญที่สุด! ✔️ เลือกใช้ไวท์เทนนิ่งครีมที่มีส่วนผสมในการฟื้นฟูผิว ที่ช่วยให้เม็ดสีจางลงพร้อมกับเสริมความแข็งแรงของผิว✔️ ครีมกันแดดเป็นหัวใจสำคัญ เพราะรังสี UV เป็นตัวกระตุ้นให้ฝ้ากลับมาเข้มขึ้น✔️ เลือกผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ เพื่อความปลอดภัย โดยเฉพาะสำหรับคุณแม่ที่มีลูกเล็ก ครีมบางชนิดอาจมีสารเคมีตกค้างที่สามารถสัมผัสลูกได้ หากปล่อยปะละเลย ฝ้าจะกลับมาเข้มขึ้นเสมอ แม้จะรักษาจนจางแล้วก็ตาม 2. เลเซอร์ที่เหมาะสมและผ่านการรับรอง USFDA ช่วยให้ฝ้าจางลงเร็วขึ้น การใช้เลเซอร์เป็นวิธีที่ช่วยให้ฝ้าจางลงได้เร็วขึ้น แต่ไม่ใช่ทุกเครื่องเลเซอร์จะมีประสิทธิภาพในการรักษาฝ้า ควรเลือกเลเซอร์ที่มีเทคโนโลยีที่เหมาะสมและผ่านการรับรองจาก USFDA (องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา) เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ ✔️ เลเซอร์รุ่นใหม่ที่มี Toning Mode ไม่เพียงช่วยลดเม็ดสี แต่ยังช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวเรียบเนียนและกระจ่างใส✔️ ลดรอยดำและช่วยให้สีผิวสม่ำเสมอ✔️ เครื่องที่ผ่านการรับรอง

Uncategorized

The Impact of PM2.5 on Skin Health and Pigmentation

งานวิจัยล่าสุดเน้นให้เห็นถึงผลกระทบที่เป็นอันตรายของฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ต่อผิวหนังของมนุษย์ PM2.5 ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของมลพิษทางอากาศ มีความเชื่อมโยงกับริ้วรอยแห่งวัย การเปลี่ยนแปลงของเม็ดสี และโรคผิวหนังที่เกิดจากการอักเสบ นักวิจัยได้ศึกษาบทบาทของ PM2.5 ในการเกิดภาวะผิวคล้ำผิดปกติและความเสียหายของผิวที่เกี่ยวข้องกับภาวะเครียดออกซิเดชัน PM2.5 กับภาวะผิวคล้ำผิดปกติ การศึกษาที่ใช้แบบจำลองผิวหนังมนุษย์แบบจำลองแสดงให้เห็นว่าการสัมผัส PM2.5 สามารถกระตุ้นการผลิตเมลานิน ส่งผลให้ผิวคล้ำขึ้น งานวิจัยพบว่า PM2.5 กระตุ้นเซลล์สร้างเม็ดสีทางอ้อมผ่านเส้นทางการส่งสัญญาณของเคราติโนไซต์ ทำให้เกิดการสังเคราะห์เมลานินเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ สารพิษเช่น เบนโซ[a]ไพรีน (BAP) ที่พบใน PM2.5 มีส่วนช่วยให้เกิดภาวะนี้โดยกระตุ้นความเครียดออกซิเดชันและกระบวนการอักเสบ กลไกของความเสียหายต่อผิวหนัง PM2.5 ก่อให้เกิดผลเสียต่อผิวหนังผ่านกลไกหลัก ได้แก่: ความเครียดออกซิเดชัน: กระตุ้นการสร้างอนุมูลอิสระ (ROS) ซึ่งนำไปสู่ความเสียหายของเซลล์และการอักเสบ การตอบสนองต่อการอักเสบ: กระตุ้นการปล่อยสารไซโตไคน์ที่ก่อให้เกิดการอักเสบ ทำให้อาการของโรคผิวหนังแย่ลง การกระตุ้นตัวรับอะริลไฮโดรคาร์บอน (AhR): PM2.5 มีสารโพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน (PAHs) ที่สามารถจับกับ AhR ในเซลล์ผิวหนัง ส่งผลต่อการสร้างเมลานินและความแข็งแรงของเกราะป้องกันผิว ผลกระทบต่อสุขภาพและการป้องกัน การเข้าใจผลกระทบของ PM2.5 ต่อผิวหนังช่วยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการป้องกัน ได้แก่: การใช้สารต้านอนุมูลอิสระ: ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีวิตามิน

Uncategorized

Effects of PM 2.5 on the Skin and Benefits of Plant Extracts in Protecting and Restoring the Skin

ผลกระทบของ PM 2.5 ต่อผิวหนัง และ ประโยชน์ของสารสกัดจากพืชในการปกป้องและฟื้นฟูผิว ผลกระทบของ PM 2.5 ต่อผิวหนัง PM 2.5 (Particulate Matter ขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน) เป็นมลพิษทางอากาศที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพผิวหนังโดยตรง เนื่องจากอนุภาคขนาดเล็กสามารถแทรกซึมผ่านรูขุมขนเข้าสู่ผิวหนังได้ ก่อให้เกิดปัญหาดังนี้ กระตุ้นการอักเสบและระคายเคือง – อนุภาค PM 2.5 ทำให้เกิดการอักเสบของผิว กระตุ้นการหลั่งไซโตไคน์อักเสบ (inflammatory cytokines) ทำให้เกิดผื่นแพ้และอาการแดงของผิว เพิ่มการเกิดริ้วรอยก่อนวัย – PM 2.5 กระตุ้นอนุมูลอิสระ (oxidative stress) ซึ่งทำลายคอลลาเจนและอีลาสติน ส่งผลให้เกิดริ้วรอย ความหย่อนคล้อย และความหมองคล้ำ กระตุ้นการผลิตเม็ดสีผิดปกติ – อนุภาคขนาดเล็กสามารถกระตุ้นการผลิตเม็ดสีเมลานินผิดปกติ ทำให้เกิดฝ้า กระ และจุดด่างดำ ลดความสามารถของเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) – PM 2.5 ทำให้ชั้นไขมันที่ช่วยปกป้องผิวอ่อนแอลง ส่งผลให้ผิวแห้ง

Uncategorized

A New Hope for Rosacea Sufferers: The Power of Botulinum Toxin

ภาษาไทย Article by DR. Piyawat POOMSUWAN Rosacea is a chronic skin condition that causes redness, swelling, and visible blood vessels on the face, significantly impacting patients’ confidence and quality of life. While there are various treatment options available, the use of Botulinum Toxin (Botox) has emerged as a promising and effective solution for alleviating rosacea

Scroll to Top
Secured By miniOrange